[TAG] Fanfic in the rain

posted on 02 Dec 2008 20:22 by akuma-zokyo  in Fanfiction, KHR

[TAG] Fanfic in the rain 


 กติกา

- เลือก Pairing ที่คุณชอบมาจากเรื่องใดก็ได้ นำมาเขียนเป็นแฟนฟิคชั่นให้จบภายในเอ็นทรีย์เดียว
- จะแต่งอย่างไรก็ได้ไม่ว่าจะ  Rat, NC, หวานซึ้ง (sweet), เศร้า (Angst) หรือว่า ฟิคมืดมน ทารุณกรรม เจ็บปวด ฯลฯ
- จะต้องเป็นฉากอยู่ในบรรยากาศฝนตก หรือกล่าวเปรียบเทียบเกี่ยวกับฝน,ฤดูฝน แล้วแต่จินตนาการและการใช้ภาษา
- ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็น Yaoi,Yuri, หรือ Normal (แต่คิดว่าสองอันหลังคงไม่มีมีน้อย XD)
- ไม่ต้องมีชื่อเรื่อง
- ที่สำคัญห้าม!! Copy มาจากที่ไหนนะจ๊ะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


[Fanfiction] : Katekyu Hitman Reborn
[Pairing]  : Mukuro/Hibari & Hibari/Mukuro [6918 + 1869]
[Rating]  : NC-17 (ได้ข่าวว่าคนแต่งอายุไม่ถึง?)
[Note]  : Yaoi , Sweet(?) , Switch

แล้วก็... หลายคนอาจไม่นิยมริบะหรืออีกสมการ ดังนั้นบางช่วงจะมีการแบ่งสีให้จางๆแล้วปาดเอานะครับ

ตามนี้  >> NC - 6918 / NC - 1869

(ใครใคร่ทั้งคู่ก็ปาดหมดโลด มองไม่เห็นบอกได้นะครับ จะได้เปลี่ยนสี)

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 


 
ผัวะ!! ฟุ่บ!! โครม!!!

 

 


เสียงอาวุธประจำกายจัดการพวกน่ารำคาญที่ไม่รู้กิตติศัพท์ของผู้พิทักษ์แห่งเมฆาดังขึ้นข้างซากปรักหักพังที่บัดนี้เป็นแหล่งซ่องสุมของอันตพาลชั้นกระจอก


 


เปรี้ยงงง!!!

 

 

"รกหูรกตาชะมัด..."


ลูกน้องร่างยักษ์คนสุดท้ายถูกซัดหมอบข้างป้ายขึ้นสนิมที่ยังพออ่านได้ใจความว่า 'โกคุโยเซ็นเตอร์'ขาเรียวของผู้จัดการก้าวผ่านสัตว์กินพืชที่นอนกระจัดกระจายขวางทางเข้าสู่
พื้นที่รกร้างของสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นซากแห่งความฝัน... และสถานที่แห่งความอัปยศของตน


แต่การหาเรื่องอัดคนไม่ได้เป็นเหตุผลที่ผู้คุมกฎแห่งนาโมริต้องถ่อสังขารมาถึงนี่


หากแต่เป็น...

 

 

 


"...รอผมอยู่ที่นั่นนะครับ"

 

 

 


...คำกล่าวเชื่อถือไม่ได้ที่แว่วผ่านหูยามนิทรา...

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 


ฮิบาริทั้งเดิน ทั้งกระโดดบนตึกที่จะพังมิพังแหล่ พาร่างขึ้นไปสู่ชั้นบนอย่างง่ายดาย เขี่ยเศษอิฐ เศษปูนระหว่างทิ้งอย่างไม่ใส่ใจจนมาถึงห้องห้องหนึ่ง ดวงตาสีปีกกาเเหงนมองท้องฟ้าหม่นหมองถูกต้องตามฤดูกาลอย่างที่ไม่ควรออกมาเที่ยวนอกเคหสถานผ่านหน้าต่างผุพัง มือกร้านที่ฟาดฟันผู้คนมานับไม่ถ้วนไล้ไปตามโซฟาเก่าแก่

 

...ที่ที่ใครบางคนเคยนั่งเย้ยหยัน จ้องมองเขาด้วยเนตรต่างสีน่ารังเกียจ...

 

เล็บคมจิกลง ลากยาวจนหนังสีเข้มเกิดริ้วรอยฉีกขาด

ความหงุดหงิดแล่นริ้วเมื่อนึกถึงเจ้าของมายาที่นิยมหลอกล่อเขาในยามลับฝัน

หงุดหงิดเมื่อนึกถึงเสียงหัวเราะน่ารำคาญและคารมยียวน

หงุดหงิดเมื่อนึกถึงคำพูดหวานหูแต่ไร้ซึ่งความจริง

แต่ที่น่าหงุดหงิดมากที่สุด...

 

...คือตนเองที่ไม่อาจลืมสัมผัสแห่งความพ่ายแพ้ที่คนคนนั้นตีตราไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า...

 

 

 


ดวงอาทิตย์ขึ้นสูง คล้อยต่ำลง จวบจนลาลับขอบฟ้า สุดท้ายก็ไม่มีวี่แววของสายหมอกที่ต้องการพบ

ว่างเปล่า... สดับเพียงเสียงลมแรงและอัสนีบาตฟาดกึกก้อง


ฮิบาริเกลียดการรอคอย รวมทั้งทุกอย่างที่ไม่เป็นไปตามใจนึก

อันที่จริง ตามหน้าที่แล้ว เขาควรจะรายงานให้สัตว์กินพืชบางตัวได้รับรู้ความเคลื่อนไหวของนักโทษงี่เง่านั่นมากกว่ามานั่งรอให้เสียเวลา

 

แล้วความอดทนสุดท้ายของชายหนุ่มหมดลง ทันทีที่หยาดพิรุณแรกโปรยปราย


...รุนแรง ...


...กราดเกรี้ยว ...


...แลเหมือนเมฆาสีดำสนิทนั้นกำลังร่ำไห้...

 

 

ร่างสูงเตรียมลุกจากโซฟาเก่าเก็บ ขณะที่ปากพร่ำสบถถึงสัตว์กินพืชบ้าๆที่ทำให้เขาเสียเวลาทั้งวัน...

 

...ก่อนจะหันไปสบเข้ากับเนตรคู่งามของคนที่กำลังถูกเจริญพร

 

ร่างที่สูงไล่เลี่ยกันเปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิ๊ตสีขาวแนบไปตามผิวกายขาวสมส่วนเปื้อนไปด้วยสีแดงสดเป็นด่างดวงตัดกับเส้นผมสีน้ำเงินเข้ม

 

ไร้คำพูดทักทายใดๆ มีเพียงเสียงฝนและลมภายนอกเท่านที่เเว่วเข้าหู พร้อมกับจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว

 

 

"แกมาช้า..."


"คึหึหึหึ... แต่คุณก็ยังรอนี่ครับ"

 

 

ฮิบาริถอนหายใจหลังจากได้ยินคำกล่าว

 คนตรงหน้ามีเพียงส่วนสูงและความยาวของเส้นผมที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น

เสียงหัวเราะกวนประสาทนั่นยังเหมือนเดิม

ควงตาสีไม่เข้าคู่สะท้อนเพียงความว่างเปล่าทั้งที่ใบหน้าฉาบรอยยิ้มเหมือนเดิม

โรคุโด มุคุโร่ บุรุษผู้ที่เมฆาชิงชังยังน่าฆ่าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

ดวงตาคมตวัดเย็นเยียบแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น ปล่อยให้คนน่าฆ่าสาวเท้าเข้าใกล้พอ

 เส้นผมยาวสีไพลินถึงถูกกระตุกลงให้รับสัมผัสนุ่มนวลจากคนเบื้องล่าง...


...ตักตวงความหวานล้ำจากกันและกันเนิ่นนานสมการรอคอย

 

 

"คึหึหึหึ... ใจร้อนจังนะ คุณนี่"

เจ้าของผมสีน้ำเงินเข้มแกะมืออีกฝ่ายออกจากศีรษะตนก่อนจะเป็นฝ่ายสัมผัสใบหน้ามนใต้เรือนผมสีปีกกานั้นเเทน

"จะไม่ให้รางวัลผมที่หนีออกมาสำเร็จซักหน่อยหรือครับ?"


"หึ... ใครกันแน่ที่ใจร้อน"

คนถูกขอรางวัลถอนหายใจแผ่ว สงบสติไม่ให้กระซวกเจ้าพืชล้มลุกบ้าๆนี่ให้ตายซะในขณะที่สูทเนื้อดีถูกถอดออกจากร่างภายในเวลาไม่กี่วินาที

"จะทำอะไรก็รีบๆทำซะ ฉันจะได้รีบกลับ"


"เห? เข้าใจอะไรผิดรึเปล่าครับ?"

คิ้วเหนือเนตรสองสีเลิกขึ้นน้อยๆคล้ายประหลาดใจน่าถีบเมื่อได้ยินคำกล่าว ดวงตาจับจ้องใบหน้าขึ้นสีชมพูน่ารัก พร้อมกับที่นิ้วผอมบางไล้ไปตามริมฝีปากแดงเรื่อ

 


"ผม... อยากให้คุณเป็นคนทำต่างหาก"

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

"กะ... เก่งขึ้นนะครับ อ่ะ..." มุคุโร่เอ่ยชมคนที่ครอบครองส่วนอ่อนไหวของตนอย่างพึงพอใจ เจ้าของเส้นผมสีรัตติกาลขบเม้มเบาๆที่ส่วนปลายเรียกเสียงครางเล็กน้อยจากร่างสูง

"คิดว่าหลายปีมานี่ฉันอยู่เฉยๆรึไง"


มุคุโร่หัวเราะเบาๆให้กับคำกล่าวนั้น เสียงหัวเราะเเฝงความเย้ยหยัน...

 

...เย้ยหยันตนเอง

 

รู้ดีว่าตนไม่อาจเหนี่ยวรั้ง พันธนาการคนตรงหน้าซึ่งเป็นดั่งก้อนเมฆที่ล่องลอยไปมาอย่างอิสระได้

แต่ก็ไม่อาจหยุดหวัง ว่าสักวันเมฆาจะยอมสยบแก่ตน...

 

...เพียงผู้เดียว...

 

จะด้วยประสบการณ์ที่มากขึ้นหรืออะไรก็ตามแต่  

ชายหนุ่มที่อยู่เบื้องลากปาดของเหลวสีขาวขุ่นที่ริมฝีปากออกก่อนที่ริมฝีปากอุ่นของอีกคนจะทาบทับตามมา เนตรสีดำขลับหรี่ลงคล้ายจำยอม

 

ทว่าขัดเเย้งกับความคิด


ไม่ว่าเมื่อไหร่ตนก็ตกเป็นฝ่ายรองรับความปรารถนาของอีกฝ่าย...

 

ทุกครั้ง

 

แต่ไม่ใช่ครั้งนี้...

 

ฮิบาริฉวยจังหวะเผลอ กดร่างสูงลงบนโซฟาเนือ้เเข็งแล้วดีดตัวขึ้นคร่อมอย่างรวดเร็ว

ดวงตาสองสีตวัดมองร่างเบื้องบนอย่างตกใจ

"จะทำอะไรน่ะครับ!?"

...และตกใจยิ่งกว่านั้นเมื่อขึ้นช่องทางแคบด้านล่างถูกรุกล้ำอย่างที่ไม่เคยมาก่อน!!

"น่าจะรู้ดีไม่ใช่รึไง ใครจะปล่อยให้แกมีความสุขคนเดียวล่ะ" ใบหน้าของคนที่บัดนี้เป็นฝ่ายคุมเกมขยับยิ้มชวนให้รู้สึกหนาวๆร้อนๆ และชวนวิตกยิ่งขึ้นเมื่อรับรู้ได้สิ่งอื่นที่จะเข้ามาแทนที่ช่องทางนุ่มข้างใต้ 

 

"นี่คุณ...!!" ริมฝีปากที่เตรียมค้านถูกทาบทับ ข้อมือซีดเซียวถูกล็อคไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวทันทีที่ขัดขืน

ฝีมือเดิมระหว่างเขากับผู้พิทักษ์แห่งเมฆานั้นทัดเทียมจนอาจจะเหนือกว่าและถึงจะห่างหายจากกาต่อสู้จริงไปนานก็ไม่น่าจะทำให้เขาเสียเปรียบถึงเพียงนี้

สติทำท่าคล้ายจะหลุดลอยแม้ในยามที่อีกฝ่ายถอนริมฝีปากออกไป มุคุโร่รู้สึกว่าตนมองเห็นใบหน้าน่ารักที่มักขมวดคิ้วมุ่นอยู่เสมอสะท้อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าคมคาย

นัยน์ตาพราวระยับดุจดั่งราชสีห์ที่กำลังขย้ำเหยื่อ

เวลาไม่กี่ปีเพิ่มกำลังให้กับชายหนุ่มตรงหน้าได้มากเกินกว่าที่ร่างกายซึ่งถูกจองจำนี้จะต่อกร...


...อดีตนกน้อยในกำมือเขา ...


"รู้ไม่ใช่เหรอว่าควรทำยังไง"


...วันนี้คือพญาอินทรีย์ที่องอาจ...


"ทำในสิ่งที่แกเป็นคนสอนฉันเองน่ะ"

 


คิดแล้วว่าการปล่อยให้เป็นเช่นนี้คงเป็นการดีกับตัวเขามากกว่าดวงตาสองสีจึงปรือลงอย่างว่าง่าย ริมฝีปากที่ยังคงเหยียดยิ้มมอบจุมพิศแผ่วเบาคล้ายคำตอบรับ  แม้ในใจจะคิดหงุดหงิดกับการต้องตกเป็นฝ่ายเสียศักดิ์ศรีเช่นนี้ 


"ถ้าอย่างนั้น... ก็อย่าทำให้ผมเบื่อแล้วกันครับ"

 

 

 

 


 ...เวลาแสนสั้นกับยาวนานดังนิรันดร์มิรู้จบ ...

 

วรุณที่ซัดสาดเข้ามาทางหน้าต่างที่ไร้บานกระจกไม่อาจดับไฟตัณหาที่กำลังโหมกระหน่ำ ชำระได้เพียงคราบราคะเเละหยาดโลหิตบนผิวเนียนละเอียดสีหิมะ เสียงครางหวานหูถูกกลืนหายไปกับเสียงท้องฟ้าคำรามเมื่อแก่นกายกระแทกเข้าหาเพื่อปลดปล่อยความปรารถนาเป็นครั้งสุดท้าย

ไม่มีอะไรเล็ดรอดจากริมฝีปากที่ปกติช่างเจรจา นอกจากเสียงหอบหายใจและครางกระเส่า ปล่อยให้ปลายเล็บเกาะเกี่ยวที่ลำคอและเเผ่นหลังเพื่อตอบรับสัมผัสทั้งเจ็บปวดเเละสุขสมคลายลงอย่างอ่อนแรง

ฮิบาริเกลี่ยไรผมสีน้ำเงินเข้มที่เกะกะออก สัมผัสแผ่วแบวไล่มาตั้งแต่หน้าผาก เปลืองตาบาง พวงแก้มสีระเรื่อจนถึงริมฝีปาก คล้ายจะพิสูจน์ให้แน่ใจว่าคนที่เขาสัมผัสอยู่นี้คือสิ่งจริง มิใช่มายาในความฝันอย่างที่เคย

เพียงเพื่อได้พบคนตรงหน้า เวลาที่เสียไปนั้นคุ้มค่า การรอคอยทั้งหมดนั้นไม่สูญเปล่า

 

...ไร้คำหวานปลอบประโลมใดๆ แต่รู้สึกได้ถึงความอ่อนโยน...

 

"ไม่กลัวเป็นหวัดเหรอครับ?"

 

ดวงตาสีนิลกาฬตวัดมองอย่างเคืองๆ ในขณะที่มุคุโร่ขยับยิ้ม ทว่าหาใช่ยิ้มจอมปลอมเช่นทุกที

 

 

 

 

 

สายฝนหยุดตกแล้ว...

 

เช่นเดียวกับที่เมฆา ไม่ต้องร่ำไห้อีกต่อไป

 

—Fin—

-----------------------------------------------------------------------------------------

ดองดองดองดองดองดองดองดองดองดองดองดองดอง.....

(งานสุมแต่เราก็ยังหนีความจริงมาปั่นจนจบได้)

แต่งเรทครั้งแรก อัพเกรดข้ามขั้นจาก G ไป NC-17 เลยทีเดียว -////- ใครอ่านแล้วงงๆก็ขออภัยด้วยนะครับ

กว่าจะจบ หาเรื่องทำอะไรแปลกๆ ริบะจริงๆก็ไม่เคยอ่าน (มีใครสนใจจะสนับสนุนเป็นครู แต่งเป็นวิทยาทานมั่งมั๊ยครับ? ฮา)

เป็นแท็กก็ควรส่งต่อ.. แต่คาดว่าไม่มีคนรับ ใครอยากทำก็ทำโลดครับ (ได้ข่าวว่ามันระบาดตั้งแต่หน้าฝน แล้วนี่หนาวแล้ว ?) 

/ไม่ต้องมาบ่นว่าอู้อะไรหลายๆอย่าง ติดรีเควส+วันเกิดไว้เยอะเลย จะทยอยเผาปั่นนะเน้อ...

 


ปล. ได้ผลสรุปในวันนี้ - 6918 วาดง่ายกว่า แต่ 1869 แต่งฟิคลื่น + เพ้อง่ายกว่าครับ = =b

edit @ 2 Apr 2009 11:48:49 by ::Akuma_zokyO::

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ให้อ่านฟิคง่ายกว่าค่ะ เขียนไม่เป็น sad smile

#1 By Daughter Of Sparda on 2008-12-02 21:22

เหงด้วยคร่ะ 1869 เเต่งฟิคเเล้วลื่น

ฮิหื่นอ่ะ....

(แล้วเราไม่หื่นหรอ?)

อั๊งๆ //โดนถีบ

#2 By Hikari_Ai ~ * on 2008-12-02 21:41

เหอๆ ขึ้นต้นได้น่าอ่านมากมายค่ะ
จริงๆก็ไม่ได้รังเกียจ1869 แต่แอบผิดคาด นึกว่ามุคุจะเป็นฝ่ายกดตอนท้ายซะอีกนะคะ หุหุหุ

ฟิคเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เวลาเปลี่ยน ตำแหน่งเปลี่ยน กร๊ากกก
คุณฮิไปเรียนรู้กับใครมาถึงช่ำชองได้ขนาดนี้คะ กรั่กๆ

รู้สึกอยากอ่านอีกค่ะ น่าจะแต่งอีกนะคะ คึคึคึ
ตายแระ...สับป้า...นึกว่าจะเสะได้ตลอดรอดฝั่ง

เห็นด้วยว่า 1869 เขียนลื่นกว่าอย่างน่าตกใจ คงเพราะนิสัยคุณฮิติดจะหัวแข็งกว่า...

แต่...6918 -> 1869 อ่านแล้วเร้าใจกว่า 1869 เฉยๆเยอะนะคะ กร๊ากกกกกกกกกก

ปล. ส่วนตัวคิดว่า อิมุ TYL มันเคะกว่าภาคปกติ โดนโหลดองเคะโดนซะความเสะหดหาย น่าสงสารจริงๆ...

#4 By +hiyuura+ on 2008-12-03 11:12