[APD S. Fic - KHR] Tell me lie, My liar
posted on 01 Apr 2009 23:10 by akuma-zokyo in Fanfiction, KHRบอกไว้ก่อนว่าไม่ได้ดัก!! แต่แต่งในโอกาสเอพริวฟูลล่ะนะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
[Fanfiction] : Katekyo Hitman Reborn!
Title: Tell me lies, My liar
Pairing: Mukuro/Hibari [6918]
Rating : PG-13
Warning: BL , Sweet
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
How can I trust you
How do I move on
When all you do is tell your lies,
Your killin me inside
..........
รองเท้าหนังขัดมันอย่างดีสัมผัสพื้นหินเรียบอย่างไร้สุ้มเสียง แม้ไร้แสงไฟแต่ความสว่างของจันทร์ครึ่งดวงที่ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้านั้นมีมากพอให้สายตาที่คุ้นชินกับความมืดมองเห็นภาพตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
เมื่อเข้าถึงด้านในของบ้านทรงญี่ปุ่นที่กินอาณาเขตกว้างขวางและห่างไกลจากชุมชนมาพอสมควร ร่างที่กลืนกินไปกับความมืดของสายหมอกแห่งวองโกเล่กระโดดขึ้นไปทางหน้าต่างบานเดียวที่เปิดไฟทิ้งไว้อย่างคล่องแคล่ว
"มีธุระอะไรดึกดื่นป่านนี้ ไอ้พืชล้มลุก"
เจ้าของห้องเอ่ยกับผู้ที่บุกรุกยามวิกาล ซึ่งก็มีอยู่คนเดียวที่บังอาจล่วงล้ำแม้กระทั่งห้องทำงานของผู้คุมกฎแห่งนามิโมริ
ร่างบางยังอยู่ในชุดเครื่องแบบเนื้อบางที่ชินตา หาใช่ชุดนอนตามเวลาทั่วไป ดวงตาที่ไม่ให้หันมามองอีกฝ่ายอยู่ใต้แว่นเลนส์บางกับกองเอกสารที่ตั้งเรียงรายอยู่ทำให้ทราบว่าไม่ใช่เวลาที่ควรมารบกวน
ความจริงเขาก็ไม่ได้อยากจะเปิดหน้าต่างทิ้งไว้แบบนี้นักหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะใครบางคนขยันงัด + พังทิ้งมากว่า 18 ครั้งให้เปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ
"มาบอกลา... ล่ะมั้งครับ"
มุคุโร่ยิ้มรับคำกล่าวทักตามแบบฉบับคนตรงหน้า ทว่าดวงตาสองสี ไม่ได้มีเเววสนุกสนานยั่วเย้าเหมือนเคย
เจ้าของใบหน้าเรียบเฉยใบหน้าไร้อารมณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"ว้าว"
แว่นไร้กรอบถูกถอดออกไว้ข้างกายเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานต่อ ริมฝีปากบางกระตุกยิ้ม หมายความว่าต่อไปนี้ชายหนุ่มจะไม่ต้องผจญกับ สโตรกเกอร์หัวสับปะรดโรคจิต วิปริต กวนประสาท ฉวยโอกาส... ฯลฯ อีกแล้วใช่ไหม?
"ต้องถือว่าเป็นข่าวดีสินะ"
"สำหรับคุณ คงเป็นแบบนั้นล่ะมั้งครับ" ร่างเพรียวตัดสินใจนั่งลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีโดยไม่สนสายตาดุจัดที่ชายมาจากเจ้าของ
"ตอนนี้ผมต้องไปทำอะไรบางอย่าง ที่คงไม่สามารถมาหาคุณแบบนี้ได้อีก" นิ้วเรียวใต้ถุงมือหนังสีเข้มไล้ไปตามสันหนังสือและแผ่นกระดาษที่กองเป็นตั้งข้างกาย
...นี่คุณทำงานจนไม่ได้พักอีกแล้วสินะครับ เคียวยะ...
"ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ผมก็อยากเห็นหน้ากับฟังเสียงของคุณเป็นครั้งสุดท้ายเสียหน่อย"
"ครั้งสุดท้าย... พูดว่าเกลียดผมเหมือนอย่างที่เคย ได้มั๊ยครับ"
เจอกันครั้งสุดท้าย แต่ให้บอกว่าเกลียด?
วันนี้มันจะมาไม้ไหน?
ฮิบาริพยายามตีความคำขอที่แปลกประหลาดนั้น ก่อนดวงตาคมกริบจะเหลือบไปเห็นสัตว์เลี้ยงแสนรู้กำลังจิกปากลงบนปฏิทินดิจิตอลบนโต๊ะที่แสดงเลขวันที่ 1 เมษายน
วันที่มีเทศกาลไร้สาระของพวกตะวันตก...
แบบนี้นี่เอง...
แผนสูงนักนะ ไอ้สับปะรดสายพันธุ์สตอเบอร์รี่
"คิดว่าฉันโง่นักรึไง" ดวงตาสีดำสนิทตวัดฉับกลับมายังคู่สนทนาที่เริ่มเดินไปเดินมารอบๆห้องอย่างอยู่ไม่สุข
"ครับ?"
ดู... มันยังมีหน้ามาทำตาใสซื่อ....
"ฉันไม่ใช่พวกโดนขังไม่รู้เดือนรู้ตะวันแบบแก อย่ามาเล่นมุกเห่ยๆซะให้ยาก"
"เห... พลาดเหรอครับเนี่ย น่าเสียดายจริงๆ" เมื่อถูกรู้ทันใบหน้าหล่อๆที่เป็นที่ถูกใจของสาวน้อยใหญ่ที่พบเห็นฉายแววผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง
"แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริง...วันนี้คุณจะพูดว่าอะไรดีล่ะครับ เมฆา"
ความเงียบเกิดขึ้นทันที ภายหลังคำถามที่แสนตรงนั้น
ให้ชายหนุ่มใคร่ครวญอีกครั้ง ว่าจะตอบ อย่างไรดี...
ให้เป็นคำโป้ปดที่เหมาะสมกับสายหมอกผู้ไร้ซึ่งความจริง
"หึ ถ้าบอกว่าฉันรักแกมันก็จะตรงข้ามกันใช่มั๊ยล่ะ" ริมฝีปากขยับตอบหลังจากคิดอยู่ไม่นานนัก ขณะไล้ปลายนิ้วไปบนนกสีเหลืองอ้วนกลมที่บินมาเกาะบนปลายนิ้วอย่างเคยชิน
"หืม? บอกว่ายังไงนะครับ" คิวเรียวเลิกขึ้นทันทีที่สดับซึ่งคำหวานที่แม้จะรู้ว่าคนกล่าวไม่ได้มีความหมายเช่นนั้นก็ตาม...
แต่กลับทำให้หัวใจที่บอบช้ำลิงโลดได้อย่างน่าประหลาด
"ฉันรักแก... ได้ยินชัดรึยังเจ้าพืชไร่" ไม่รู้ว่าจงใจแสร้งหูทำหูซ้ายทะลุหูขวาหรือไม่ได้ยินจริงๆ แต่ผู้คุมกฎเมืองนามิก็ตอบคำถามนั้นซ้ำเพื่อยืนยันว่าวันนี้ตนไม่ได้เสียรู้ให้คนตรงหน้า
"อยากบอกว่าเกลียดผมสินะครับ คิดอะไรได้โหดร้ายเหลือเกินนะคุณนี่" มุคุโร่ตอบรับคำพูดนั้นโดยการแสร้งทำเป็นหยิบผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา ทั้งยังทำน้ำเสียงทอดลง ให้ดูเศร้าสร้อยอย่างน่าถีบ
ทว่าดวงตาสองสียังคงพราวระยับ..
"ครับ ถึงวันนี้ มันอาจจะเป็นคำโกหก" ริมฝีปากเอื้อนเอ่ย ขณะที่ปลายนิ้วกดลง...
กริ๊ก...
"แต่สำหรับพรุ่งนี้..."
[ฉันรักแก ได้ยินชัดรึยังเจ้าพืชไร่]
...บนเครื่องอัดเสียงขนาดเท่าฝ่ามือ
"มันก็จะเป็นความจริงแล้วนะครับ"
...ให้ถ้อยคำหน้าอายที่ร่างเล็กกว่าเอ่ยไปเมื่อครู่เล่นซ้ำไปมา สะท้อนๆซ้ำในโสตประสาท
"นี่... แก..."
ใบหน้าของฮิบาริชาวาบยิ่งกว่าถูกน้ำสับปะรดเย็นเจี๊ยบสาดใส่ เส้นอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะควบคุมได้อยู่แล้วขาดผึง
"คึหึหึ อย่าเพิ่งโกรธสิครับ คนที่ยึดมั่นในกฎเกณฑ์แบบคุณน่ะอย่าลืมว่ากติกาของวันนี้..." คนมากเล่ห์กล่าวพลางอวดรอยยิ้มอย่างที่น่าเอารองฝ่าพระบาทไปประทับรอยงามๆซัก 69 ที
"...คนถูกหลอกน่ะจะต้องไม่ถือโทษเอาความกันนะครับ"
"ฉันจะขย้ำแกให้ตาย ไอ้ผลไม้ตอแหล!" ทอนฟาคู่กายถูกชักออกมาเพื่อฟาดฟันให้หายแค้น จนลืมไปว่าเมฆาในตอนนี้นั้นยังไม่สามารถไล่ตามสายหมอกได้ทัน...
หน้าผากเรียบเนียนใต้เรือนผมสีดำขลับจึงได้ถูกริมฝีปากของอีกฝ่ายสัมผัสแผ่วเบาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
"งั้นถือซะว่านี่เป็นการไถ่โทษแล้วกันนะครับ"
เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็มิอาจทราบ....
"ถ้ามีโอกาส คงจะได้เจอกันอีกนะครับ เมฆาของผม"
"ใครเขาจะอยากเห็นหน้าแกกันเล่า!"
"เห... พูดแบบนั้นในวันนี้แสดงว่าอยากสินะครับ"
"ไอ้..."
ริมฝีปากชะงักไว้ด้วยกลัวว่าจะพูดอะไรที่ขุดหลุมฝังตัวเองไปมากกว่านี้ ใบหน้าหวานซับสีเลือดเมื่อต้องเสียรู้ให้คนมากเล่ห์อีกครั้ง
"สุขสันต์วันโกหกครับ แล้วก็... วันนี้ก็อย่าลืมฝันถึงผมล่ะ คึหึหึหึ" หลังจากหัวเราะส่งท้าย สายหมอกก็ส่งจูบลาอย่างเสน่ห์หาแล้วพาเส้นผมสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์หายลับไปกับยามราตรี รวดเร็วๆพอๆกับที่เข้ามาในคราแรก
...ทิ้งให้ชายหนุ่มอีกคนได้แต่กัดฟันกรอดเพราะความโกรธาและอารมณ์หลายอย่างผสมรวมกัน
เทศกาลที่พวกสับปลับ ปลิ้นปล้อนชอบนักหนา ไม่เข้าใจว่ามันสนุกตรงไหน
...
บ้าชะมัด
...
ฮิบาริ เคียวยะกำลังสงบสติไม่ให้หัวใจเต้นผิดจังหวะไปมากกว่านี้ ไม่ให้เลือดสูบฉีดไปถึงดวงหน้าคมที่แดงก่ำไปถึงใบหูไปมากกว่านี้
...
กล่าวกันว่าวันที่ 1 เมษายน คือวันแห่งการหลอกลวง
เพราะฉะนั้น...
ถ้าวันนี้จะโกหกหัวใจตัวเอง ก็ไม่ใช่เรื่องผิดใช่มั๊ย?
Fin
*************************************************************
สุขสันต์วันเมษาหน้าโง่กับสับปะรดตอแหลและพ่อนกซึน (ฮา) ฟิคหวานๆ รั่วๆแต่งย๊ากยาก /ทรุด....
ครั้งแรกเลยนะที่แต่งฟิคคู่นี้แบบเต็มๆ เกือบเผาไม่เสร็จ ลัดคิวลงก่อน เพราะปรับรูปไม่ทัน เมื่อวานไปตะลอนงานหนังสือมา
สุดท้ายนี้...
"ผมเกลียดทุกคนที่สุดเลยครับ *ยิ้มหวาน"
ไม่โกรธกันเน้อ~
edit @ 2 Apr 2009 12:12:48 by ::Akuma_zokyO::
เกลียดเฮีย เกลียดป๊าเหมือนกัน :p
#1 By -Hebi- ★ on 2009-04-01 23:27