[S.Fic HBD Hibari Kyoya] For you, forever
posted on 05 May 2009 23:31 by akuma-zokyo in Fanfiction, KHRก่อนอื่น ขอซาวด์เสียงอะไรเล็กน้อย วันเกิดมุคุโร่อยากได้ฟิค / โด คู่ไหนกันพี่น้อง ระหว่าง 6918 กับ 1869 ? (มีให้เลือกเท่านี้ล่ะ สนองนี๊ด จขบ.เผด็จการ)
พล็อตมีแล้วทั้งคู่ ถ้าคะเเนนเท่ากันเราสามารถผูกเรื่องใหม่ให้เป็นริบะได้ไม่ยาก (จริงๆนะ * *)
เปิดเรื่อยๆ จนถึงวันเกิดพ่อสับปะรดคนนี้ครับ แฮ่ >w<~
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
[FanFiction] : Katekyo Hitman Reborn!
Title: For you, forever
Pairing: 1869 [TYL Hibari x Mukuro]
Rating: PG
Warning: BL, Romance , Sweet
Comment - กรุณาเตรียมกระโถน และยาฉีดไล่มดไว้ข้างๆ
- ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิตสูง
- อย่าถามว่า คนแต่งตกบันไดหรือหัวกระแทกทอนฟาก่อนแต่งรึเปล่า มันเมา...
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
"Midori tanabiku namimori no~..."
เพลงประจำโรงเรียนเก่ายังถูกใช้เป็นเสียงเรียกเข้า แม้จะเวลาจะล่วงเลยมาหลายปีแล้วก็ตาม
เนตรสีนิลของชายหนุ่มเจ้าของโทรศัพท์มือถือสีเดียวกันเหลือบมองชื่อที่ปรากฏก่อนมุ่นคิ้ว
ซาวาดะ สึนะโยชิ
นิ้วเรียวกดรับ กรอกเสียงทุ้มต่ำราบเรียบถึงปลายสายที่ไม่ได้ติดต่อกันเป็นการส่วนตัวบ่อยนัก ถ้าไม่ใช่เรื่องงานหรือความสงบเรียบร้อยในเมืองแห่งนี้ล่ะก็ การพูดคุยกันในรอบหลายเดือนนี้ก็แทบนับครั้งได้เลยทีเดียว
"มีธุระอะไร เจ้าสัตว์กินพืช"
[เอ่อ คือว่า... วันนี้วันเกิดคุณฮิบาริสินะครับ]
เสียงของคนอ่ออนวัยกว่าเอ่ยถามทั้งที่ไม่จำเป็นต้องการคำตอบ
ถึงจะเป็นแค่วันที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอะไร แต่คนคนนี้เป็นถึงนภาของวองโกเล่ ผู้ห่วงใยคนอื่นอยู่เสมอ จะลืมวันเกิดของรุ่นพี่เจ้าของแหวนแห่งเมฆาซึ่งเป็นผู้พิทักษ์ที่เก่งกาจที่สุดของตนไปก็ใช่ที่
"ถ้าใช่แล้วจะทำไม"
แต่สำหรับชายหนุ่มเจ้าของวันเกิดแล้ว ช่างเป็นนิสัยเสียที่น่ารำคาญสิ้นดี..
[ผมคิดว่าคุณฮิบาริคงไม่สนเรื่องงานวันเกิด ก็เลยคิดว่าอย่างน้อยน่าจะให้อะไรบ้างน่ะครับ คงจะใกล้ไปถึงแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งออกไปไหน อ๊ะ.. เดี๋ยวสิครับ คุณฮิบาริ...!]
กริ๊ก...
ฟังเพียงเท่านี้ ฮิบาริ เคียวยะก็ตัดบทสนทนาอย่างไร้เยื่อใย
คำเดียวที่ผุดขึ้นมาให้หัวของผู้พิทักษ์แห่งเมฆาหลังกดสายทิ้งก็คือ
ไร้สาระ
ก็แค่วันน่ารำคาญอีกวันนึงเท่านั้น ออกจะน่ารำคาญมากกว่าปรกติด้วยซ้ำ เมื่อมองไปตามหลังคาบ้านต่างๆก็ไม่วายต้องเห็นธงสัตว์น้ำกินพืชหลากสีปลิวสะบัดไปหมด
นั่นคือปลาคาร์ฟในวันเด็กตามธรรมเนียมทั่วไปของคนญี่ปุ่น ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งการเจริญเติบโต ความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่ขวางกั้นดั่งกระแสน้ำอันเชี่ยวกราด
แต่ตอนนี้ ที่เขาต้องการแข็งแกร่งขึ้น ไม่ใช่เพราะสิ่งนั้น
หากอ่อนแอกว่า ก็ไม่สามารถต่อกร
คุณนี่ เก่งขึ้นอีกแล้วสินะครับ
หากอ่อนแอกว่า ก็ไม่สามารถปกป้อง
ผมจะรอนะครับ วันที่คุณจะขย้ำผมอย่างที่ปากพูดน่ะ
สายหมอกที่เบาบาง สูญสลายได้เพียงแค่แสงพาดผ่าน
"คึหึหึหึ... ใจร้ายเหมือนเดิมเลยนะครับ"
เสียงที่เหมือนจะคุ้นเคยแว่วผ่านสายลมของฤดูใบไม้ผลิ
ฮิบาริไม่ใช่คนที่คิดอะไรโง่ๆอย่างตนหูฝาดไปเอง หรือ คิดว่าตนเรื่องใครบางคนจนฟุ้งซ่าน วงหน้าคมจึงหันไปมองหน้าต่างบานใส ซึ่งบัดนี้มีเจ้าของร่างโปร่งบางและเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ยืนบดบังทัศนียภาพภายนอกอยู่
โครงหน้าสวยที่เห็นนั้นคือ โรคุโด มุคุโร่ นักโทษคนสำคัญของวินดีเช่ หนึ่งในศัตรูตัวฉกาจของเหล่ามาเฟียที่ควบตำเเหน่งผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกตัวจริงของวองโกเล่แฟมืลี่ไม่ผิดแน่
แทบไม่มีความแตกต่างจากครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน คงมีแค่เกศาที่เคลียไหล่ลาดจนถึงสะโพกมนเท่านั้นที่แปรเปลี่ยนไป
"ไม่มีใครสั่งสอนหรือไงว่าไม่ให้บุกรุกเข้าบ้านคนอื่นแบบนี้"
"มีแต่สอนเรื่องอื่นน่ะสิครับ"
ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ยังเย็นชาไม่มีเปลี่ยนนะครับ เคียวยะ
"เพราะคุณ ผมเลยต้องติดหนี้วองโกเล่เลยนะ"
คำกล่าวต่อมา ทำให้บุรุษผมดำต้องหวนนึกถึงคำพูดที่ได้ยินผ่านปลายสายโทรศัพท์เมื่อครู่
[..อีกเดี๋ยวก็คงไปถึงแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งออกไปไหนนะครับ]
แบบนี้นี่เอง
นี่น่ะเหรอของที่จะให้ หัวฟูๆของรุ่นที่สิบแห่งวองโกเล่แฟมิลี่ มีสมองคิดได้แค่นี้รึไงนะ เจ้าบ้านั่น...
ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เจริญพรรุ่นน้องร่วมสถาบันมากกว่านั้น กลิ่นหอมเย้ายวนก็ต้องนาสิก ซึ่งที่มาก็คือช่อดรุณชาติสีเข้มจัดในมือของบุรุษอีกคนในห้อง
ดอกกุหลาบ 8 ดอก
เพื่อคุณ... เพื่อชดเชยเวลาที่ห่างหายไป
เจ้าของวันพิเศษในรอบปีเหยียดยิ้มอย่างชวนให้เสียวสันหลัง
"หึ... คิดว่าแค่นี้ จะทดแทนเวลาหลายปีที่ผ่านมาได้งั้นเหรอ"
ผู้คุมกฏนามิโมริสาวเท้าไปประชิดผู้บุกรุกกลางวันแสกๆ ซึ่งคนมาเยือนก็ไม่ได้ขยับกายหลบหนีเช่นทุกครั้ง มือที่ฟาดฟันผู้คนมานับไม่ถ้วนจึงได้ทาบทับอยู่บนบานกระจกคนอวดดี ราวกับจะสร้างกรงขัง เหนี่ยวรั้งไม่ให้สายหมอกล่องลอยไปไหนได้อีก
"งั้นเพิ่มเป็นสิบแปดดอกดีมั๊ยล่ะครับ?"
"งี่เง่า"
ฮิบาริสบถเบาๆ ก่อนรั้งเอวบางเข้าใกล้ ซุกใบหน้าคมลงบนไหล่มนลาดใต้เรือนผมยาวสลวยสีแปลกจนคล้ายจะได้กลิ่นซากุระบางเบาชวนโหยหาปะปนมากับกุหลาบในมือนั้น
"ชดใช้ด้วยร่างกายของแก ยังไม่พอด้วยซ้ำ"
ดวงตาสีไพลินและทับทิมงามเบิกกว้างขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อถูกกระชากเข้าหา เมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากผู้พิทักษ์แห่งเมฆาก็ยิ่งแปลกมากขึ้นไปอีก
"คิก... คุณนี่ก็โลภมากเหมือนกันนะครับ"
คนเสียเปรียบกล่าวกับร่างสูงที่อยู่แนบชิด แม้ดวงตาจะไม่มีประกายขบขันอย่างที่ปากพูดเลยก็ตาม
เพราะวงแขนที่หละหลวม ทั้งแววตาที่ไหววูบเพียงเล็กน้อย คล้ายไม่แน่ใจว่าบุคคลตรงหน้านี้เป็นเพียงความลวงอันหอมหวาน หรือความจริงที่ควรไขว่คว้า
คนในอ้อมกอดรับรู้เรื่องนั้นได้อย่างไม่อยากเย็น ในเมื่อคนคนนี้คือฮิบาริ เคียวยะ ผู้ที่ปฏิเสธความสัมพันธ์เกินความจำเป็นกับผู้อื่นเสมอมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่สายหมอกผู้ชอบลวงหลอกจะไม่ได้รับความไว้ใจ
มุคุโร่ผละออกเล็กน้อย ฝ่ามือเพรียวบางจับมือที่กร้านกว่าแนบลงบนแก้มขาวของตน แม้อุณหภูมิของใบหน้านั้นจะเย็นกว่ากว่าคนทั่วไปเล็กน้อย แต่ลมหายใจอ่อนนั้นก็อุ่นจนรู้สึกได้ถึงการมีชีวิต
"ผมอยู่ตรงนี้แล้วครับ เคียวยะ"
ดวงเนตรสีรัตติกาลปิดลง ท่ามกลางความเงียบที่รายล้อม เงียบจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ รวมทั้งเสียงกระซิบแผ่วเบาแสนเลือนลาง
"วันนี้ ผมจะอยู่ที่นี่ เพื่อคุณ"
เย็นวันนี้ มุคุโร่กำลังนอนเขี่ยใบสีเขียวสดของราชินีแห่งหนามที่เป็นฝ่ายหามาเองกับมือเล่น ในอ้อมกอดของคนโลภมากบางคนที่บอกให้ตน "ชดใช้ด้วยร่างกาย" มาตลอดเกือบครึ่งวันจนถึงเมื่อครู่
ร่องรอยสีกุหลาบบนร่างเขาคงมากเกินพอ แบบนี้คงไม่ต้องขยันหาดอกไม้อะไรมาเพิ่มอีกแล้วกระมัง
ฮิบาริเหลือบมองของขวัญในมือร่างบาง ก่อนเอ่ยถามเรียบๆ
"ทำไมต้องสิบแปดดอก..."
คิ้วเรียวของเจ้าของดอกไม้เลิกขึ้น แทบจะหลุดขำออกมานึกแปลกใจว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้สนใจคำพูดลอยๆนั้น แต่ก็ไม่ถามอะไร และยอมอธิบายแต่โดยดี
"Because meaning of red rose is love, romance and passion"
พูดไม่พูดเปล่า มือซุกซนยังไล้ไปตามแผ่นอกและไหล่แกร่งคล้ายจะยั่วเย้า
"ดังนั้นกุหลาบสิบแปดดอก ก็หมายความว่า..."
มุคุโร่ยันตัวขึ้นเล็กน้อย ให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับฮิบาริ เพื่อให้ดวงตาสองคู่ต่างสีสอดประสาน เนิ่นนานฝังลึกลงไปในความทรงจำ
"ผมรักคนที่ชื่อฮิบาริ เคียวยะยังไงล่ะครับ"
สิ้นประโยคที่แสนน่าอายนั้น รอยยิ้มหวานก็ถูกทาบทับแผ่วเบา แต่ก็เพียงแนบชิด ไม่รุกไล่เข้ามามากกว่านั้น
แต่กลับหวานล้ำจนใบหน้าหวานขึ้นสีเรื่อ
เมื่อริมฝีปากด้าบบนถูกถอนออกไป เนตรสีไม่เข้าคู่กันจึงได้ปรือขึ้นอย่างเเช่มช้า
เพราะไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า ปลายนิ้วที่เกาะเกี่ยวนี้ ลมหายใจที่สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวเช่นนี้จะคงอยู่ได้อีกนานหรือไม่
ม่านดรุณชาติสีโลหิตจึงได้โปรยปราย รายล้อมด้วยพลังแห่งสายหมอก
สิ่งลวงตา ที่อยู่ได้เพียงชั่วคราวจักเลือนหาย หากแต่สามารถจารึกอยู่ในจิตใจได้ยาวนานตราบชั่วนิรันดร์
ภาพมายาของกลีบกุหลาบ กลีบอ่อนของราชินีแห่งหนามทั้งเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าดอก
แทนคำสัญญาและความจริงใจ นับจากนี้และตลอดไป
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ
ผมรักคุณ
ทั้งหมดนี่เพื่อคุณครับ เคียวยะที่รักของผม
"Buon Compleanno, Amore"
Fin
*************************************************************
แฮ่กๆ เกือบหมดวันแล้วมั๊ยล่ะ /ปาดเหงื่อ
รูปไม่ทัน ได้แต่ฟิค แอบเผาด้วย ร้าวรานมาก TwT
มุขกุหลาบ 18 นี่ดอกอยากใช้มาตั้งนานแล้ว (แต่ตอนคิดนี่เป็นพล็อต 6918 นะ เครี๊ยก~)
เลี่ยนมั๊ย? ไม่ต้องตอบก็ได้ เพราะคนแต่งก็ยังคิดว่ามัน... อุตส่าห์ไม่สำลักน้ำตาลตอนแต่งได้เนอะ จะให้จบเศร้าก็จบไม่ลง ไม่งั้นมันได้กลายเป้นฟิคยาวแน่ๆ (ฮา)
ช่วงนี้ Job in เริ่มเรียน ออกนอกบ้านบ่อย (เอาจริงๆก็ทุกวัน) กิจกรรมเพียบ ไม่ค่อยได้ไปตอบใครเท่าไหร่ก็ขออภัยด้วยเน้อ คิดถึงทุกคนนะครับ~
สุดท้ายก็สุขสันต์วันเกิดคุณเคียวอีกรอบ จากใจแม่ยกเลยนะครับ >w<
edit @ 6 May 2009 07:58:41 by ::Akuma_zokyO::



ไม่รู้จะพูดอะไรต่อแล้ว (ก๊าก) อ่านแล้วแบบ... เห็นภาพความแร่ดของนังมุคุ ;w;
สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะฮิบาริคุง!
#1 By unerase* on 2009-05-06 08:49