[EED] การบ้านวิชาศาสตร์เวทมนต์พื้นฐาน ครั้งที่1 [part 2]
posted on 30 Nov 2011 23:49 by akuma-zokyo in EED
ลงชื่อพยาน : คีซ์ โบว์เว่
แขกรับเชิญ
• รุสลาน เอเมอเรนเทียส ปี5 ป้อมอัศวิน
• ออเซอร์รัส (เฟนน์) เอเฟรเรลส์ ปี5 ปราสาทขุนนาง
• เลซี่ เฮฟเว่นเนีย กำลังอยู่ระหว่างทดสอบ
• ดรีเอม่า มิแลงเกลล์ Dreama Malaigell ปี3 ปราการปราชญ์
[02]
ไม่ใช่เรื่องโชคดีสักหน่อย...
สิ่งที่เธอได้รับทันทีที่เกิดมา คือโชคร้ายกับหน้าที่อันน่าสงสารต่างหาก…
แย่ แย่ แย่... นี่มันแย่ที่สุด
เด็กชายอยากเอาหัวที่เต็มไปด้วยผมสีอ่อนของตัวเองโขกกำแพงซักร้อยรอบ ถ้าไม่ติดว่าขาทั้ง 2 ข้างกำลังยุ่งอยู่กับการวิ่ง วิ่ง วิ่งและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต วิ่งอย่างไม่รู้ทิศทาง ยังไงก็ได้ขอให้ห่างจาก “ตรงนั้น” ให้มากที่สุด เขาถูกเตือนเสมอในเรื่องควบคุมอารมณ์ ทั้งๆที่เป็นแบบนั้น มือเล็กๆก็อดไม่ได้ที่จะทำให้ปากถนัดเลียแข้งขานั่นหุบลงสักที
ใช่… ทั้งที่รู้ว่าหากมีคนรู้เข้าจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ และคนที่เดือดร้อนคงไม่ได้มีแค่ตนเพียงคนเดียว…
โครม…!
“แอ่ก!” “โอ๊ะ!?”
อาการเหม่อลอยเพียงชั่วครู่ทำให้เด็กน้อยเผลอชนสิ่งกีดขวาง เมื่อลืมตาเห็นชุดแพรปักดิ้นทองอย่างดีกว่าที่เขาสวมใส่…. นิดนึง…. ออกัสท์ก็แอบลอบกลืนน้ำลายทั้งที่ยังรู้สึกฝืดคอจากอาการเหนื่อยอยู่
“…. เจ้าพี่…. “ ร่างเล็กกว่าเงยไปสบตาสีน้ำเงินเข้มกับหัวม่วงๆ(?)ที่คุ้นตา เหลือบไปอีกทางก็เห็นเด็กชายหัวชมพู(?)ไวไล่เลี่ยกับคนตรงหน้าโบกมือทักทายอยู่ข้างหลัง ออกัสท์กระพริบตา ยิ้มกว้างกลับไปด้วยความรู้สึกว่าพลาดแล้ว...
รุสลานและออเซอร์รัส ญาติผู้พี่ที่น่าจะเพิ่งถูกปล่อยตัว(?)จากการเรียนคาบบ่าย
แสดงว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ตำหนักใหญ่ …
…….ซวย……
“รีบร้อนไปไหนกัน ออกัสท์” ร่างที่สูงด้วยอายุมากกว่าถึง 4 ปีก้มลงเก็บหลังสือสองสามเล่ม กิริยาธรรมดาแต่กลับดูเป็นผู้ใหญ่เพราะได้รับการสั่งสอนมาอย่างดี
“ระ... เรา...” ถึงจะเกี่ยวข้องทางสายเลือดแต่ความสนิทสนมก็ไม่ได้มากมาย… หากเปิดปากบอกความจริงไปต้องไม่เป็นผลดีกับเขาแน่ เด็กน้อยแสร้งหอบหายใจหนักเลี่ยงการตอบคำถาม ก่อนจะหน้าซีดลงไปถนัดเมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวกของทหาร
ดวงตาสีเดียวกับท้องทะเลลึกของผู้ฟังหรี่ลงรอคำตอบพลางพิจารณาเสื้อผ้าชุ่มเหงื่ออย่างบอกได้ว่าผ่านการวิ่งอย่างสุดกำลังมานาน… เมื่อออร์เซอรัสที่เดินไปสอบถามความวุ่นวายภายนอกกลับมากระซิบบางอย่าง รุสลานก็เงียบไปสักพัก มองมือที่เปื้อนคราบดินของเด็กน้อยก่อนจะตัดสินใจดึงเจ้าตัวแสบกลับไปที่ ห้องด้วยกัน
ว่ากันว่าที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด…
เด็กน้อยที่เยาว์วัยกว่าเพื่อนได้แต่เดินตามต้อยๆอย่างแปลกใจและยิ่งแปลกใจมากขึ้นเมื่อหลังจากอยู่ด้วยกันลำพัง 3 คนแล้ว ไม่มีคนไหนถาม …. ไม่มีคำถามเกี่ยวกับ “เรื่องนั้น” จากปากเจ้าพี่ทั้งสอง มีแต่คำถามเกี่ยวกับสารทุกข์สุขดิบทั่วไปอย่างทุกวัน
“ออกัสท์” เจ้าของชื่อที่กำลังสบายจากการนั่งจมไปกลับโซฟาตัวเขื่องเด้งตัวขึ้นรับคำตาแป๋ว
“วันเกิดคราวก่อนได้ชุดหมากรุกมาใช่มั้ย?” ออกัสท์จ้องคนตรงหน้าอย่างไม่คิดว่าลูกพี่ลูกน้องที่มีตำแหน่งสูงกว่าจะ จำรายละเอียดนั้นได้ ไม่สิ ใส่ใจวันเกิดคนอย่างเข้าด้วยซ้ำ แต่ถึงจะแอบดีใจแค่ไหน เสียงที่ตอบมาก็แผ่วอุบอิบอยู่ในลำคอ
“อื้อ… แต่เราเล่นไม่เป็น”
เจ้าของห้องคลี่ยิ้มอ่อนโยนเมื่อกล่าวถึงน้องสาวอีก 2 คน “ไปเรียกเลซี่กับดรีเอม่ามาสิ”
ดวงตาสีอำพันเบิกกว้าง…
“จะได้สอนให้พร้อมกันไง” ออเซอร์รัสขยี้หัวเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยแววตาสงสัยอย่างเอ็นดูก่อนจะลากตัวไปข้างนอกอีกรอบ
“รุก!”
“มั่วแล้ว” ออร์เซอรัสตีมือเด็กสาวที่ทะลึ่งดันเรือไปกินบิชอปตามแนวทแยงเบาๆ ปากจิ้มลิ้มที่ตะโกนคำว่ารุกไปหมาดๆถึงได้เบ้อย่างขัดใจ
“คิดอะไรมากเล่า เดินๆให้ชนะก็พอแล้วนี่ พี่ก็หยวนให้เด็กหน่อยสิ”
“ม้าหนึ่งตัว บิชอปหนึ่งตัว…. เธอจะเลือกเบี้ยอีกซักตัวก็ได้นะ แต่ในฐานะคนสอน ฉันยอมให้เธอจำการเดินแบบผิดๆไปไม่ได้ เลซี่” ดวงตาสุขุมมีประกายขำอยู่ข้างในแม้เรียวปากจะเพียงยิ้มบางอย่างทุกที เจ้าของกระดานกระพริบตามองหมากกระดานสี่รุมหนึ่งขำๆ แต่ดูแล้วเป็นสามรุมหนึ่งมากกว่า ในเมื่อดรีเอม่า... พี่สาวที่อายุมากกว่าเขา 1 ปีนั้นไม่ออกความเห็นใดๆเกี่ยวกับการเดินสักนิด ไม่รู้ว่ายังเดินไม่เป็นหรือไม่อยากแทรก เลยเอาแต่ยิ้มเป็นกองเชียร์กิตติมาศักดิ์อยู่ข้างสนาม
มองไปที่พี่ชายผู้ยอมต่อให้น้องๆเหลือเกิน เพราะเป็นครั้งแรก ออกัสท์เลยตอบไม่ได้ว่าฝีมือการเล่นระดับนี้เรียกได้ว่าเก่งหรือไม่ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นถามตอบกติกา… สี่พี่น้องที่เหลือคงพร้อมใจยกธงขาวให้หนังสือเดินได้ฝั่งตรงข้ามแบบทันที
“รุกฆาต”
ทั้งๆที่เป็นฝ่ายกินได้น้อยกว่า คนเล่นฉายเดี่ยวก็ยังคว้าชัยชนะไปได้ เจ้าตัวบอกว่ายากและเกือบพลาดท่าไปหลายครั้งก็จริง แต่ฝ่ายสุมหัวรุมก็ยังรู้สึกเจ็บใจอยู่ดี
“ยินดีด้วยนะคะ รุส… เก่งมากๆเลยล่ะค่ะ” ดรีเอม่าที่ไม่มีส่วนกับหมากกระดานนี้ปรบมือแปะๆให้ เอ่ยคำชมที่อีกฝ่ายได้แต่ยิ้มรับ ส่วนออเซอร์รัสที่อุตส่าห์มาช่วยเด็กๆฝั่งนี้ออกปากขอแก้มือใหม่อีกรอบ
หลังจากเห็นว่าขอบฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม ในที่สุดก็จบด้วยการตัดสินใจช่วยกันเก็บหมากทั้งที่ยังไม่รู้ผลรอบที่สอง รุสลานส่งคิงให้เจ้าของใส่กล่อง แต่ออกัสท์กลับดันมันเข้ามือคนยื่นให้ แล้วคว้าคิงฝั่งตัวเองส่งให้ออเซอร์รัส
“ขอบคุณที่สอนหมากรุกให้เราวันนี้… ครับ”
ถึงจะไม่พอใจเสียงนกเสียงกาที่แอบได้ยินอยู่บ่อยๆ แต่ยังไงออกัสท์ก็รู้ดี …ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ของเขาตั้งแต่แรก
ไม่ใช่.... และ ไม่อาจเอื้อมถึง
ไม่ทันที่พี่ชายทั้งสองจะมีโอกาสปฏิเสธ ออกัสท์ก็ออกปากกับเด็กหญิงคนโตกว่าที่กำลังนั่งมองหมากที่เหลืออย่างมีความหมาย ในขณะที่อีกคนหยิบผ้าพันคอที่เพิ่งหัดได้ไม่นานมาถักต่อเงียบๆ
“พี่ดรีมเป็นผู้หญิง เพราะงั้นไม่ต้องเล่น แต่ให้คนอื่นคอยปกป้องไง พี่เลซี่ก็เลือกไปซักตัวสิ”
“นี่นายจะบอกว่าฉันไม่เหมือนผู้หญิงใช่มั้ยเจ้าเด็กบ้า!” เลซี่ขมวดคิ้ว เตรียมมาจัดการน้องชายที่เธอตัดสินเองแล้วว่ากวนประสาทเป็นที่สุด ทว่าดันสะดุดชายกระโปรงยาวโดยยังไม่ได้เริ่มลงไม้ลงมือ ออกัสท์ก็ฉวยโอกาสใช้ร่างที่เล็กกว่ามุดหนีไปอีกทางแล้วหันกลับมาแลบลิ้นใส่
“นี่ไง ไม่เห็นเหมือนผู้หญิงเลย” ไม่ทันพูดจบเด็กชายก็ต้องปีนข้ามโซฟาต่อด้วยการวิ่งหนีไปทั่วโดยมีพี่น้องผม ชมพูเป็นกองเชียร์ พี่ใหญ่เจ้าของห้องขออ่านหนังสือเลือกเหลือบมองน้องๆเล่น(?)กันอย่างอารมณ์ ดีเป็นระยะจนหมอนขนเป็ดใบเขื่องกระแทกเข้าหน้านั่นล่ะผู้เล่นถึงได้เพิ่ม จำนวนเป็นสมาชิกทั้งหมด
ตกเย็น สงครามปาหมอนก็ถูกยุติด้วยการประสานเสียงจากกระเพาะทั้ง 5 เป็นสัญญาณสงบศึก
...............................................................
นึกไม่ออก....
ออกัสท์พยายามเค้นความจำ รู้แค่ว่าเป็นหมากกระดานชุดแรกที่ได้รับ จำได้ว่าเป็นของขวัญวันเกิดสุดโปรด แต่จำผลของการแข่งครั้งนี้ไม่ได้แม้แต่นิด....
หรือจะเป็นด้านความหมาย?
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ออกัสท์ก็เรียกรูมเมทที่อยู่นอกห้องเข้ามาพร้อมยืนยัน นึกถึงกระดานของจริงที่ตอนนี้คงถูกเก็บอยู่ในลังของเล่นเก่าซักลัง คิงอาจจะหายไประหว่างนั้น ถ้ามีโอกาสกลับ “บ้าน” ที่แอเรียสคงต้องลองไปคุ้ยดู
มือที่กร้านขึ้นตามเวลาจับตัวหมากด้วยปลายนิ้วทั้งที่แต่ก่อนต้องถือไว้ด้วยมือเล็ก ริมฝีปากสัมผัสลงบนหมากที่ตนเคยหวงแหนนักหนา
นึกไม่ออก.... แต่ก็ชวนคิดถึงเหลือเกิน
ความทรงจำที่มีแค่เลือนรางทำให้ไม่อาจเข้าใจความหมายของจิตใต้สำนึกนี้ ได้อย่างชัดเจน แต่อย่างหนึ่งที่เขาแน่ใจนับตั้งแต่ก้าวขาออกจาก”บ้าน”ขนาดใหญ่...
รู้อยู่เสมอว่าอดีตที่น่าโหยหา..................... ไม่มีวันหวนกลับมา
***************************************************
เย่ะ! มีใครอ่านถึงตรงนี้บ้างคะ ยกมือหน่อยเร้ว รวม 2 พาร์ทแล้วยาวเอามานะเนี่ย *กอดฟัดเรียงคน* ♥
จริงๆแล้วมันมีความหมายทั้งความหลัง แล้วก็ในแง่นามธรรมด้วยน่ะนะ เป็นความต้องการของออกัส์เอง แต่ตีความยังไงนะ?
แขกรับเชิญเยอะมาก... แต่เขียนสนุกเพราะเด็กๆน่ารัก
//ว่าแล้วก็โดนเครื่องประหารหัวล้านข้อหาเอาความโมเอะในราชวงศ์มาเปิดเผย *ก้มหน้าสำนึกผิดตั้งแต่ที่วาดรูปไม่ทัน*
อีกอาทิตย์เดียวก็จะเปิดเทอมแล้ว ระยะเวลาแห่งการดองและหายตัวกำลังจะกลับมาบ้านใครยังรับน้องน้ำอยู่ก็ขอให้ เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดีไวๆนะคะ ใครเปิดเทอมแล้วเรียนเพิ่มก็สู้ๆ
แล้วพบกันใหม่ค่า



กระดานหมากรุกแอบตีความลำบากแฮะ รอดูต่อไปในอนาคตล่ะกันค่ะ ฮา
#1 By ミニコン on 2011-12-01 00:28